เหล็ก

กระบวนการผลิตเหล็กเส้น

กระบวนการผลิตเหล็กเส้นในปัจจุบันแบ่งได้เป็น 2 กระบวนการใหญ่ๆ คือ ขบวนการหลอมเหล็ก (Steel Making) ขบวนการรีดร้อน (Rolling Process)  ขบวนการรีดร้อน คือการนำเหล็กแท่ง (Billet) มาเข้าเตาอบ ให้ได้อุณหภูมิประมาณ 1100 °C แล้วนำมารีดร้อนกำลังผลิต เหล็กทรงยาวในปัจจุบันประมาณ 4 ล้านตัน และจะเพิ่มเป็น 8 ล้านตัน ภายในปี พ.ศ. 2541 ผลิตภัณฑ์จากเหล็กทรงยาว ในด้านของเหล็กทรงยาวแบ่งได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ 1. เหล็กลวด (Wire rods) 2. เหล็กเส้น (Steel bars) 3. เหล็กรูปพรรณ (Section Steels) ความแตกต่างของการใช้งานเหล็กทรงยาว (Long Products) ทั้ง 3 ชนิด มีดังต่อไปนี้ เหล็กลวด (Wire Rod) เป็นเหล็กลวดชนิดม้วนที่นำมาใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ [...]

Category : Blog

นโยบายเอฟทีเอ (JTEPA) กับอุตสาหกรรมเหล็ก

ไทยยอมยกเลิกภาษีการนำเข้าเหล็กรีดร้อนทันทีสำหรับรายการที่ไม่มีการผลิตในประเทศหรือมีภาษีต่ำอยู่แล้ว ไทยให้โควตาปลอดภาษีแก่ญี่ปุ่นสำหรับ 1) เหล็กกัดกรดเคลือบน้ำมัน 440,000 ตัน ในปีแรก 2) เหล็กแผ่นหน้ากว้าง 230,000 ตัน ในปีแรก 3) เหล็กที่นำเข้าเพื่อผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ 280,000 ตัน ในปีแรก ไทยจะกำหนดปริมาณโควตาเหล็กสำหรับแต่ละปีตั้งแต่ปีที่ 2 เป็นต้นไป จนกว่าจะยกเลิกในปีที่ 11 สำหรับภาษีนอกโควตา คงภาษีไว้ 10 ปีและยกเลิกภาษีในปีที่ 11

Category : Blog

ราคาเหล็ก 2554 (2)

ท่ามกลางการขยายตัวของการผลิตอุตสาหกรรมต่างๆในประเทศ บ่งชี้ถึงความต้องการในอนาคตของเหล็กซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในปริมาณสูง ดังนั้นในแง่ของการช่วยลดการสูญเสียรายได้จากการนำเข้าที่นับวันจะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น ลดการขาดแคลนวัตถุดิบ ลดต้นทุนอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่เกิดจากการต้องนำเข้าเหล็กมาจากต่างประเทศ รวมถึงเพื่อการสร้างงานและรายได้ให้กับประชากรในประเทศ การพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็กทั้งระดับต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ จึงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นมากขึ้นทุกขณะทำให้ แม้จะเกิดปัญหาการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความสนใจลงทุนในอุตสาหกรรมเหล็กในไทยลดลง โดยจากสถิติการขอรับการส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอในหมวดเหมืองแร่ เซรามิกส์และโลหะขั้นมูลฐาน ซึ่งมีเหล็กเป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญในหมวดนี้พบว่า ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่เกิดปัญหาโครงการมาบตาพุดในเดือนกันยายนปี 2552 จนถึงเดือนสิงหาคมปี 2553 มีโครงการที่ได้ขอรับการส่งเสริมการลงทุนในหมวดนี้เพิ่มขึ้นมาถึง 29 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวม 58.5 พันล้านบาท และเป็นมูลค่าการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในหมวดนี้ที่สูงที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา โดยในช่วงที่ผ่านมาความสนใจลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมเหล็กจะไปอยู่ที่ การผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อน-เหล็กแผ่นไร้สนิมรีดเย็น การผลิตเหล็กทรงยาว การผลิตเหล็กลวด และการผลิตท่อเหล็กไม่มีตะเข็บ เป็นต้น ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรม เช่น ก่อสร้าง และยานยนต์ เป็นต้น โดยบริษัทที่ลงทุนมาจากทั้งทวีปยุโรป เช่น สเปน และจากภูมิภาคเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น เป็นต้น รวมถึงบริษัทของไทย อย่างไรก็ตาม ประเด็นปัญหาการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ได้ แสดงให้เห็นว่าชุมชนและสังคมเริ่มมีการให้ความสำคัญกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม และผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อสุขอนามัยของคนในชุมชนมากขึ้น ซึ่งผลจากปัญหาโครงการมาบตาพุดดังกล่าว ทำให้ตั้งแต่นี้ต่อไปโครงการลงทุนที่เข้าข่ายกิจการรุนแรง [...]

Category : Blog

อุตสาหกรรมเหล็กขั้นต้น

โครงสร้างการผลิต อุตสาหกรรมเหล็ก เหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์เหล็ก สามารถแบ่งได้เป็นสามขั้นตอนคือ ขั้นต้น ขั้นกลาง และขั้นปลาย โดยที่อุตสาหกรรมเหล็กขั้นต้นนำเอาวัตถุดิบคือ สินแร่เหล็ก มาถลุงเป็นวัตถุดิบพื้นฐานเพื่อส่งต่อให้อุตสาหกรรมขั้นกลางนำไปแปรรูปอีกทอดหนึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ขั้นกลาง ซึ่งอุตสาหกรรมขั้นปลายจะนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จ ได้แก่ เหล็กเส้น เหล็กลวด เหล็กแผ่น เป็นต้น อุตสาหกรรมเหล็กขั้นต้น การผลิตเหล็กเริ่มจากการนำเอาวัตถุดิบคือ สินแร่เหล็ก (iron ore) ที่ได้จากเหมืองเหล็กมาผ่านกระบวนถลุง โดยที่กระบวนการถลุงแร่เหล็กมีสองวิธีคือ เตาถลุงแบบพ่นลม (blast furnace) ซึ่งประกอบด้วยเตาหลอมที่มีปล่องสูงและใช้วิธีอัดอากาศร้อนเข้าทางด้านล่างโดยใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงเพื่อเร่งความร้อนถึงอุณหภูมิที่ไปแยกเหล็กออกจากสิ่งเจือปนอื่น ๆ ผลลัพธ์เป็นเหล็กถลุง (pig iron) ส่วนเตาหลอมแบบอุณหภูมิต่ำ (Direct Reduction) ใช้วิธีพ่นก๊าซที่เป็น reducing gas เข้าไปทำปฏิกิริยากับแร่เหล็กในเตาถลุง ผลลัพธ์ที่ได้เป็นเหล็กพรุน (sponge iron) โดยที่ทั้งเหล็กถลุงและเหล็กพรุนเป็นวัตถุดิบพื้นฐานสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์เหล็กทั้งหมด ประเทศไทยเคยมีผู้ผลิตวัตถุดิบขั้นต้นภายในประเทศเพียง 2 ราย ได้แก่ บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท สยามโลหะเอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด โดยทำการผลิตเหล็กถลุงในเชิงพาณิชย์ [...]

Category : Blog

ภาพรวมอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า

ภาพรวมของอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้าถือได้ว่าเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมพื้นฐานที่มีความสำคัญในการพัฒนาประเทศ เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่มีความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมอื่นๆ เป็นจำนวนมาก เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เฟอร์นิเจอร์ อาหารกระป๋อง (บรรจุภัณฑ์) เครื่องจักรกล และอุตสาหกรรมก่อสร้าง เป็นต้น  และจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศที่มีการฟื้นตัวขึ้นทั้งธุรกิจภาคก่อสร้างและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ บรรจุภัณฑ์ เป็นต้น ทำให้ความต้องการใช้เหล็กในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นโดยผลิตภัณฑ์เหล็กกึ่งสำเร็จรูปซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตเหล็กมีการขยายตัวมากที่สุด   รองลงมาคือเหล็กแผ่นเคลือบชนิดอื่นๆ เหล็กแผ่นรีดร้อน รวมทั้งความต้องการใช้ของอุตสาหกรรมต่อเนื่องในประเทศและการส่งออกที่เพิ่มมากจึงทำให้อุตสาหกรรมเหล็กมีการใช้พลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น   สภาพแวดล้อมทางธุรกิจของอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้าแบ่งออกเป็น อุตสาหกรรมต้นน้ำ อุตสาหกรรมกลางน้ำและ  อุตสาหกรรมปลายน้ำ ได้ดังนี้ - อุตสาหกรรมต้นน้ำ คือ อุตสาหกรรมเหล็กถลุง (Pig Iron) และเหล็กพรุน (Sponge Iron) ซึ่งจัดได้ว่าเป็นกระบวนการเริ่มต้นของอุตสาหกรรมเหล็กที่มีความสำคัญอย่างมากต่อศักยภาพในการพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็กและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทยในปัจจุบันยังไม่มีการจัดตั้งโรงงานผลิตเหล็กต้นน้ำ  ซึ่งแต่เดิมนั้นแนวทางการพัฒนาถูกกำหนดโดยความต้องการของตลาดในประเทศมากกว่าจากนโยบายของภาครัฐ จึงทำให้อุตสาหกรรมเหล็กเริ่มต้นพัฒนาจากปลายน้ำเพื่อทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศมากกว่าการเริ่มต้นพัฒนาจากอุตสาหกรรมต้นน้ำ - อุตสาหกรรมกลางน้ำ เป็นขั้นที่นำผลิตภัณฑ์จากการผลิตเหล็กขั้นต้นทั้งที่เป็นของเหลวและของแข็งรวมถึงเศษเหล็ก (Scrap) มาหลอมปรับปรุงคุณสมบัติและส่วนผสมทางเคมีให้ได้เป็นเหล็กกล้า (Steelmaking) สำหรับประเทศไทยผู้ผลิตขั้นกลางทุกรายจะผลิตด้วยเตาอาร์ตไฟฟ้าโดยใช้เศษเหล็กเป็นวัตถุหลักในการผลิต นอกจากการผลิตเหล็กกล้าแล้วอุตสาหกรรมขั้นกลางยังรวมถึงการหล่อเหล็กกล้าให้เป็นผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูปที่มีอยู่ 3 ประเภท ได้แก่ เหล็กแท่งยาว (Billet) เหล็กแท่งแบน (Slab) และเหล็กแท่งใหญ่ [...]

Category : Blog

ลักษณะเหล็กที่ดี

ลักษณะเหล็กที่ดี มีคุณภาพ ควรมีข้อพิจารณา 4 ประการ 1. ผิวเหล็ก เหล็กเส้นกลม ต้องผิวเรียบเกลี้ยง ไม่มีปีก ลุกคลื่น หน้าตัดกลม ไม่เบี้ยว ไม่มีรอยปริแตก เหล็กข้ออ้อย ต้องมีบั้งระยะเท่ากัน สม่ำเสมอตลอดทั้งเส้น 2. เส้นผ่านศูนย์กลางและน้ำหนักถูกต้อง เช่นเหล็กเส้นกลม SR-24 ขนาดบนเนื้อเหล็ก 9 มม. เมื่อวัดเส้นผ่านศูนย์กลาง ต้องได้ 9 มม. ชั่งน้ำหนักต้องได้ 0.499 กก. ต่อความยาว 1 เมตร และความยาวเหล้กเส้นกลมมาตรฐานทั้งเส้นอยู่ที่ 10 เมตร 3. เมื่อดัดโค้ง งอ ต้องไม่ปริแตก หักง่าย 4. เหล็กต้องไม่เป็นสนิมขุมกินเข้าไปในเนื้อเหล็ก หมายเหตุ แต่ไม่ต้องวิตกกังวลที่เห็น ผิวเหล็กเป็นสนิม เพราะเป็นเรื่องปกติตามสภาพธรรมชาติร้อนชื้นของประเทศไทย

Category : Blog